หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

ไรฝุ่น ภัยใกล้ตัว

ปัญหาเกี่ยวกับไรฝุ่น มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากที่ทำให้ผู้บริโภคต้องหาวิธีป้องกันและกำจัดไรฝุ่นให้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ

ไรฝุ่นไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่ามีขนาดเล็กเพียง 0.5 มิลลิเมตร


  1.   ไรฝุ่นเป็นตัวก่อสารภูมิแพ้อันดับหนึ่ง โดยไรฝุ่นผลิตมูลและคราบไร จำนวนมาก ซึ่งเป็นโปรตีนที่สามารถก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้ และสารเหล่านี้หากไม่กำจัดต้องใช้เวลาสลายตัวนานถึง 10 ปี
  2. ไรฝุ่นเป็นภัยใกล้ตัวที่ไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้ จากการวิจัย ไรฝุ่น Dermatophagoides Pteronyssinus(DP) เป็นไรฝุ่นที่พบมากเป็นอันดับ1 โดยมักพบในที่นอน หมอน พรม เครื่องนุ่งห่ม พรม โซฟา และของเล่นที่ทำจากเส้นใย ดังนั้นจึงยากที่เราจะหลีกเลี่ยง ไรฝุ่นเข้ามาในบ้านไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เนื่องจากไรฝุ่นลอยมากับลมหรือติดมากับสัตว์เลี้ยง เสื้อผ้า ได้ง่ายดังนี้นจึงต้องหมั่นป้องกันและกำจัดไรฝุ่นอยู่เสมอ
  3. วิธีกำจัดไรฝุ่นที่มีประสิทธิภาพไม่เหมาะกับชีวิตประจำวัน จากการแนะนำของแพทย์ในการกำจัดไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้จากคราบมูลไรฝุ่น วิธีการซักล้างนับเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับคราบมูลไร เนื่องจากคราบมูลไรสามารถละลายน้ำได้ แต่ไม่เหมาะสำหรับการกำจัดตัวไรฝุ่น ซึ่งต้องใช้อุณหภูมิสูงถึง 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 30 นาที หรือความเย็นระดับแช่แข็ง -10 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง จึงจะสามารถฆ่าตัวไรฝุ่นได้ นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดสำหรับผ้าบางชนิดที่ไม่ทนต่อความร้อนหรือ เครื่องใช้ที่ไม่สามารถซักล้างได้ด้วยวิธีปรกติ เช่นที่นอน พรม ผ้าม่าน
  4. ไรฝุ่นส่วนใหญ่อาศัยในที่นอน และกำจัดได้ยากจากการสำรวจของนักวิจัยพบไรฝุ่นในที่นอนสูงถึง 70% ของไรฝุ่นทั้งห้อง และที่นอนทุกประเภทสามารถเกิดไรฝุ่นได้ทั้งสิ้นในจำนวนมากน้อยต่างกันนอกจากนี้ อายุของที่นอนก็มีความส่วน อายุการใช้งานยิ่งนานยิ่งพบไรฝุ่นมาก แสดงให้เห็นว่าที่นอนเป็นแหล่งสะสมตัวไรฝุ่นและก่อให้เกิดโรค

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การควบคุมและหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น

         


  การควบคุมสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น(House dust mite allergen avoidance)
ในปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้และภาวะความเจ็บป่วยจากโรคภูมิแพ้มีแนวโน้มสูงมากขึ้น ทั่วโดลกรวมทั้งประเทศไทย เนื่องจากการดำรงชีวิตและวิถีชีวิตเปลี่ยนไป รวมถึงปัจจัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นอาหาร สุขอนามัย อุณหภูมิ มลภาวะ เป็นต้น ล้วนมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคภูมิแพ้ ปัจจัยหลักในการเกิดโรคภูมิแพ้คือ พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ (Allergen exposure) ที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้น (Allergen Sensitization)อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ในเวลาต่อมา สารก่อภูมิแพ้พบได้ทั่วไปทั้งในบ้านและนอกบ้าน แต่พบสารก่อภูมิแพ้ที่พบในบ้านเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการแพ้มากที่สุด สารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ได้แก่ สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น แมลงสาบ ฝุ่นบ้าน ขนของสัตว์เลี้ยง เชื้อรา ฝุ่นจากผ้า ฝุ่นจากที่นอนและหมอนเป็นต้น เห็นได้ว่าบ้านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ กลับเป็นแหล่งสะสมสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ ส่วนใหญ่จัดเป็น(Aeroallergen) ฟุ้งกระจายอยู่ในบ้าน

             การหลีกเลี่ยงหรือลดการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น ยึดถือหลัก 3 ประการ
  1. การลดจำนวนไรฝุ่น (Mite population) มีการศึกษาพบว่าอาการแพ้ฝุ่นบ้านมีความสัมพันธ์กับจำนวนไรฝุ่นในฝุ่นนั้นที่สำคัญโปรตีนในไรฝุ่นเปลือกและทรากไรฝุ่นนั้นคือสารก่อภูมิแพ้ การลดจำนวนไรฝุ่นคือการลดแหล่งผลิตสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น
  2. การทำลายคุณสมบัติของสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น โดยทำให้โปรตีนที่เป็นสารแพ้ เสื่อสภาพซึ่งอาจเป็นวิธีการทางกายภาพหรือการใช้สารเคมี
  3. การหลีกเลี่ยงหรือลดการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้
  • การคลุมเครื่องนอน
  • การซักล้าง
  • การดูดฝุ่น( Vacuum )
  • การใช้ความร้อน มากกว่า60 องศาเซลเซียส    (รีด อบ ตากแดด ซักในน้ำร้อน)
  • การใช้ความเย็น
  • การทำให้อากาศบริสุทธิ์
  • ปรับสภาพแวดล้อม

สินค้านวัตกรรมใหม่ของโลก



สินค้าแนะนำวันนี้ เป็นสินค้าใหม่แต่น่าสนใจมากคะ
สมุนไพรกำจัดไรฝุ่น ประสิทธิภาพในการกำจัดไรฝุ่นได้ 100% โดยผ่านการทดสอบจากสถาบันทดสอบไรฝุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผ่านวิจัยมากว่า8 ปี และจดสิทธิบัตรโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช)

ผู้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้จะรู้ดีว่าไรฝุ่น หรือสารก่อภูมิแพ้อันตรายแค่ไหน และส่งผลเสียต่อร่างกาย หากสูดดมเอาสารก่อภูมิแพ้เข้าไป ดังนั้นผู้ป่วยภูมิแพ้จึงต้องระมัดระวังตัวเอง
ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้ หรือป้องกันกำจัดต้นเหตุของภูมิแพ้
        โดยเฉพาะเด็กๆจะเป็นกันมาก ใช้ง่าย สะดวก เพียงฉีดให้ทั่วบริเวณที่นอน หมอน พรม ผ้าห่ม ตุ๊กตา จากนั้นนำผ้าห่มหนาๆคลุมไว้ประมาณ1-2 ช.ม.รมทิ้งไว้เพื่อกำจัดไรฝุ่น สาเหตุที่ต้องรมเพราะที่นอนมีขนาดใหญ่ และตัวไรฝุ่นอาจหลบอยู่ข้างล่างที่นอน
จากนั้น ก็นำผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนไปซักทำความสะอาด ดูดฝุ่น ให้สะอาด หมั่นตากแดดบ่อยๆ กำจัดไรฝุ่นเป็นประจำต่อเนื่องกัน อาการภูมิแพ้จะลดลงและไม่แสดงอาการอีกหรือน้อยลง
หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เพราะอันตรายต่อสุขภาพและสะสมในร่างกายได้ อาจส่งผลเสียในระยะยาว
เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

ทีมวิจัยได้คิดค้น ศึกษาเกี่ยวกับไรฝุ่นและอันตรายที่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ที่มาจากไรฝุ่น จนกว่าที่จะได้ผลิตภัณฑ์กำจัดไรฝุ่นจากธรรมชาติเป็นเวลานานถึง 8 ปี นั่นก็คือ น้ำมันหอมระเหยกานพลูและอบเชย





สกัดออกมาเป็นน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์เพื่อไม่ให้ฉีดแล้วไม่ทิ้งคราบ ผลิตภัณฑ์ของเรายืนยันว่าฉีดแล้วไม่ทิ้งคราบแน่นอน

นักวิจัยคือ ดร.อำมร อินสังข์ และทีมงาน
จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลากกระบัง

ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในการกำจัดไรฝุ่น จากศูนย์ทดสอบไรฝุ่นศิริราช ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
ว่าสามารถกำจัดไรฝุ่นตาย 100% ภายในเวลา1-2 ช.ม. โดยการรม และในกรณีฉีดที่ตัวตายทันที
สเปรย์กำจัดไรฝุ่น ไมท์เฟียร์กลิ่นยูคาลิปตัสและกลิ่นส้ม